ปริมาณที่แนะนำสำหรับการรับประทานสาหร่ายสไปรูลิน่า ชนิดของโรค ปริมาณที่แนะนำต่อวัน ระยะเวลาในการใช้ 1. โรคเบาหวาน 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด ระดับน้ำตาลลดลงจนเกือบเป็นปกติภายใน 4 – 12 เดือน 2. โรคโลหิตจาง 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด อาการดีขึ้นภายใน 15 – 30 วัน 3. โรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับอ่อนชนิดเฉียบพลันโรคไวรัสลงตับ 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด อาการเริ่มดีขึ้นภายใน 1 – 3 เดือน 4. โรคกระเพาะอาหาร 3 มื้อ วันละ 3 เม็ด อาการปวดท้องจะดีขึ้นภายใน 1 – 3 เดือน 5. โรคตับแข็ง 10 เม็ด เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยป้องกันโรคตับแข็งและอาการเมาค้าง 6. ต้อกระจก, ต้อพิษ 2-3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 7. ผมร่วง 2 มื้อ มื้อละ 4 เม็ด 30 – 90 วัน 8. บำรุงร่างกายทั่วไป 2 มื้อ มื้อละ 2 – 3 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 9. นักกีฬา 2 มื้อ มื้อละ 3 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 10. โรคคนสูงอายุ 3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 11. เหนื่อยง่ายวิงเวียนอยู่เสมอ 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด อาการดีขึ้นภายใน 15 – 30 วัน 12. มลพิษจากโลหะหนัก 3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 13. โรคอ้วน 3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 14. โรคสิวฝ้า 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด 30 – 60 วัน 15. โรคภูมิแพ้ 3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 16. สูญเสียเม็ดเลือกขาว 3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 17. พิษจากกัมมันตภาพรังสี 3 มื้อ มื้อละ 6 เม็ด 45 วัน ขึ้นไป 18. โรคเครียด 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 19. คอเลสเตอรอลสูง 2 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด 30- 60 วัน 20. ท้องเสีย คลื่นเหียน 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด 15- 30 วัน 21. โรคมะเร็ง 3 มื้อ มื้อละ 5 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ 22. โรคไต 2 มื้อ มื้อละ 2 เม็ด ใช้ต่อเนื่องได้อย่างสม่ำเสมอ ที่มา Khon Kaen University Read more [...]
จากผลการวิจัยของนายแพทย์อนุชาติ มาธนะสารสุนทร อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เสนอผลการวิจัยซึ่งสรุปผล โดยได้แถลงผลการวิจัยเกี่ยวกับกรดยูริกในสาหร่ายสไปรูลิน่า หรือสาหร่ายเกลียวทองที่มีผลต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคเก๊าต์ว่า “สาหร่ายสไปรูลิน่า หรือสาหร่ายเกลียวทองมีผลในการช่วยลดกรดยูริกในเลือด ดังนั้นสาหร่ายสไปรูลิน่า หรือสาหร่ายเกลียวทองจึงไม่ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานและโรคเก๊าต์อย่างแน่นอน” เนื่องจากมีผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่ทำให้นักวิชาการปักใจว่าสาหร่ายทำให้กรดยูริกในเลือดเพิ่มขึ้นและอาจทำให้เป็นโรคเก๊าต์นั้น เป็นเพราะผลการศึกษาก่อนหน้านี้นำสาหร่ายสายพันธุ์หนึ่งมาทดลองกับหนูและพบว่าทำให้เกิดกรดยูริกเพิ่มมากขึ้น จนทำให้นักวิชาการมีความเชื่อว่ากินสาหร่ายแล้วทำให้เกิดโรคเก๊าต์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วในการวิจัยครั้งนั้นได้ใช้สาหร่ายคนละสายพันธุ์กับสไปรูลิน่า หรือสาหร่ายเกลียวทอง จากการวิจัยของ รศ. ดร. สุมนทิพย์ บุนนาค อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชื่อ สไปรูลิน่า เป็นสาหร่ายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำมาทำเป็นอาหารเสริม เนื่องจากมีปริมาณนิวคลีอิกและเซลลูโลสต่ำ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากนี้ รศ. ดร. สุมนทิพย์ บุนนาค ยังได้ให้สัมภาษณ์กลุ่มนาฬิกาทรายเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2545 โดยกล่าวว่า “อาหารชนิดใดก็ตามถ้าบริโภคเกินพอดีก็จะก่อให้เกิดโทษได้และถ้าเราไม่บริโภคสาหร่ายสไปรูลิน่าในปริมาณที่มากเกินไปก็จะไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย”
สาหร่ายสไปรูลินา มีสารอาหารวิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุดังกล่าว ครบถ้วนหญิงมีครรภ์ต้องการวิตามินมากกว่าปกติ 30% และต้องการเกลือแร่มากกว่า ปกติ 50 % เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ทางสมองของเด็กผู้ที่เป็นแม่ต้องกินอาหารโปรตีนที่มีคุณภาพ คือ กรดอะมิโน ครบ 18 ตัวพร้อมทั้งวิตามินเอ และวิตามิน บี6 ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ มีอยู่ในสาหร่ายสไปรูลินา ทั้งสิ้น ฉะนั้นสาหร่ายสไปรูลินา จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับหญิงมีครรภ์และเด็กในวัยเจริญเติบโต
สาหร่ายสไปรูลิน่าช่วยในเรื่องของการขับถ่าย โดยจะช่วยเพิ่ม แลคโตบาซิลลัส ในลำไส้ซึ่งช่วยย่อยอาหาร และดูดซับสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ กระตุ้นการบีบ รัดลำไส้ส่วนปลายให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น โรคร้ายต่างๆมักมีอาการท้องผูกร่วมอยู่เสมอ เช่น โรคหัวใจ ,ความดันโลหิต , โรคอ้วย , หอบหืด , ภูมิแพ้ , มะเร็ง หรือ แม้กระทั่งอาการปวดเมื่อ , เวียนศรีษะ , สิว , ฝ้า , ผิวพรรณหม่นหมอง เป็นต้น
ยินดีต้อนรับสู่เว็บที่จะทำให้คุณมีสุขภาพ ที่แข็งแรงดูดี และสดใสเป็นหนุ่มสาวตลอดไป